ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ คลื่นลูกใหม่ ความภูมิใจของยามาฮ่า

ใครที่ได้ชมการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (โมโตจีพี 2009) ณ สนามเอสโตริล ประเทศโปรตุเกส เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ต่างก็อดชื่นชมฝีมือของนักแข่ง แดนกระทิงดุวัย 22 ปี ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ หรือ "ร็อกเกตบอย" คนนี้ ไม่ได้ เพราะนอกจากจะมีความแรง ความเร็ว เป็นอาวุธเด็ดแล้ว ยังเป็นนักแข่งที่มีสมาธิเป็นเยี่ยม ควบคุมรถในช่วงต่าง ๆ ของสนามแข่งได้อย่างดี

ลอเรนโซ่เป็นนักแข่งสังกัดทีมเฟียต ยามาฮ่า เริ่มลงแข่งขันในปี 2002 รุ่น 125 ซีซี จากนั้นได้ร่วมแข่งทุกปี และเป็นที่จับตามองจากหลาย ๆ สื่อหลังจากสามารถคว้าแชมป์โลกโมโตจีพี รุ่น 250 ซีซี ได้ในปี 2006 และ 2007 ในปีล่าสุดเขาก็สามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกมาได้โดยขยับมาในรุ่น 800 ซีซี

ซึ่งการแข่งขันโมโตจีพี ปี 2009 มีทั้งหมด 17 สนาม ลอเรนโซ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ทั้งหมด 12 สนาม และคว้า

อันดับ 1 ในการแข่งขัน 4 สนาม ได้แก่ สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น สนามเลอ แมงส์ ประเทศฝรั่งเศส สนามอินเดียแนโพลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และสนามเอสโตริล ประเทศโปรตุเกส มอเตอร์ไซค์ที่นักแข่งผู้นี้ควบคุมอยู่ก็คือ ยามาฮ่า YZR-M1 นั่นเอง

วันนี้บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้พา "ลอเรนโซ่" มาพบปะสื่อมวลชน อย่างเป็นกันเอง เพื่อให้สัมภาษณ์ถึงการแข่งขัน ความรู้สึกต่อมอเตอร์ไซค์คู่ใจ รวมทั้งเคล็ดลับที่ทำให้ไม่พลาดตำแหน่งแชมป์ ก่อนเข้าเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อสู้ศึกในการแข่งขันฤดูกาล 2010

- ประทับใจอะไรในยามาฮ่า

รู้สึกภูมิใจมากที่ทำผลงานได้เป็นที่พอใจกับทั้งตัวเองและคนอื่น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ประสบความสำเร็จเพราะคุณภาพของ มอเตอร์ไซค์ยามาฮ่า ทั้งด้านเทคนิคและระบบต่าง ๆ ที่มีความสมบูรณ์พร้อม ผมไว้วางใจและเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของยามาฮ่า ที่ทำให้รถแรง มีการควบคุมที่ดี จึงไม่คิดจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน ผมไม่ต้องการการสนับสนุนอะไรเป็นพิเศษจากยามาฮ่า แต่จะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ผมประทับใจการแข่งขันทุกแมตช์ เพราะแต่ละครั้ง แต่ละสนามมีความท้าทายแตกต่างกันไป ที่ทำให้ต้องใช้สมาธิและทักษะอย่างเต็มที่

- การฝึกซ้อม

นอกจากฝึกฝนในสนามแล้ว ก็ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเล่นฟิตเนสกับคุณพ่อ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ควบคุมรถได้ดี ผมเตรียมตัวอย่างหนักเพราะเชื่อว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ต้องใช้ความพยายามและอดทน ผมต้องขอบคุณทุก ๆ คนที่ช่วยให้ผมประสบความสำเร็จ

- เคล็ดลับประสบความสำเร็จ

ตลอดเวลาที่ขับรถจะต้องปล่อยวาง ไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้น พยายามทำตัวให้สบายผ่อนคลายที่สุด หากเกิดความคิดเรื่อง ต่าง ๆ แม้แต่เรื่องของเทคนิคการขับหรือเรื่องเครื่องยนต์ อาจจะทำให้เสียสมาธิและพลาดเกิดอุบัติเหตุได้ ผมคิดว่าการขับแบบไปตามธรรมชาติจะทำให้ไปได้อย่างเร็วที่สุด

นอกจากนี้ แรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรักการแข่งมอเตอร์ไซค์ก็คือ ทุก ๆ วันจะเห็นคุณแม่ใช้มีดปาดเนยทาขนมปังได้อย่างนุ่มนวลและเรียบสนิท คิดว่าอยากจะขับขี่ให้ได้นุ่มเรียบอย่างนั้นบ้าง ทุกวันนี้เมื่อขับมอเตอร์ไซค์ผมก็จะนึกถึงภาพนั้น

- ความคาดหวังการแข่งครั้งต่อไป

ไม่ว่าการแข่งขันจะผ่านไปด้วยดีหรือมีปัญหาก็ต้องมีการพัฒนาครั้งต่อ ๆ ไปให้ดีขึ้น อย่างน้อยผมอยากจะรักษาอันดับเอาไว้ เก็บแต้มคะแนนสะสมและฝึกฝนให้เกิดความมั่นใจว่าครั้งต่อไปจะแสดงฝีมือให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

เพิ่มเติม http://www.prachachat.net/
Previous
Next Post »